ฟ้องหมิ่นประมาท ทางอาญาและทางแพ่ง ต่างกันอย่างไร
ก่อนจะให้ทนายความรับคดีหมิ่นประมาท ต้องแยกให้ออกว่าฟ้องอะไร
คนส่วนใหญ่ที่มาปรึกษาเรื่องถูกด่าหรือถูกโพสต์ใส่ร้ายมักพูดว่า "จะฟ้องหมิ่นประมาท" โดยไม่รู้ว่าการฟ้องมีสองทางที่แยกจากกันชัดเจน ทางแรกคือคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ซึ่งว่าด้วยการใส่ความต่อบุคคลที่สาม และมาตรา 328 ครอบการประโคมโพสต์หรือเผยแพร่ด้วย ทางที่สองคือคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด ฟ้องพร้อมกันได้ แต่ผลลัพธ์ต่างกันคนละเรื่อง
คดีอาญาให้ผลเรื่องความผิดและโทษ บางคดีศาลให้รอลงอาญาและให้โฆษณาคำพิพากษาในสื่อตามที่โจทก์ร้องขอ ส่วนคดีแพ่งให้ผลเป็นเงิน ค่าขาดประโยชน์จากการที่ชื่อเสียงเสีย สิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนกรณีหมิ่นประมาทมีอายุความ 2 ปีนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ ต่างจากคดีอาญาที่มีอายุความตามโทษของแต่ละมาตรา ทำให้หลายคดีหมดสิทธิฟ้องแพ่งไปแล้วแต่ยังฟ้องอาญาได้
ข้อที่ทนายความต้องถามก่อนรับงานทุกครั้งคือ ข้อความนั้นกล่าวถึงคุณโดยระบุตัวได้หรือไม่ เพราะถ้าเป็นคำด่าลอย ๆ ไม่ชี้ตัว การฟ้องจะชนกับหลักที่ว่าต้องพิสูจน์ว่าผู้อ่านทั่วไปเข้าใจว่าหมายถึงใคร การโพสต์ในกลุ่มปิดขนาดเล็กก็ยังถือว่าเผยแพร่ต่อบุคคลที่สามได้ แต่ต้องเก็บหลักฐานสมาชิกกลุ่มและจำนวนคนดูไว้ให้ชัด
เก็บหลักฐานอย่างไรให้ศาลรับ
ภาพหน้าจอไม่พอ ถ้าไม่มีข้อมูลเมตาและพยานยืนยัน
สิ่งที่ศาลให้น้ำหนักคือพยานหลักฐานที่ตรวจสอบที่มาได้ การแคปหน้าจอเก็บไว้ในมือถือเครื่องเดียวอ่อนมาก เพราะอีกฝ่ายโต้ได้ว่าตัดต่อ วิธีที่ใช้งานได้จริงคือให้ทนายความยื่นคำขอต่อศาลเพื่อให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งข้อมูลการใช้งานและไอพีแอดเดรส กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายเดือนและมีค่าใช้จ่าย จึงควรทำเมื่อมีแนวโน้มว่าเจ้าของบัญชีตัวจริงตามได้
อีกจุดที่พลาดบ่อยคือการตอบโต้กลับในคอมเมนต์เดียวกัน ถ้าคุณตอบด้วยถ้อยคำรุนแรง ฝ่ายตรงข้ามจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ว่าเป็นการโต้กลับหรือทำให้ตัวเองเสียหายพอ ๆ กัน บางคดีกลายเป็นฟ้องแย้งและทำให้รูปคดีซับซ้อนขึ้นโดยไม่จำเป็น ก่อนปรึกษาทนายความจึงควรหยุดโพสต์และไม่ลบหลักฐานเดิม แม้จะเจ็บแต่การลบทำให้อีกฝ่ายอ้างได้ว่าพยายามบิดเบือน
ในคดีที่ข้อความอยู่ในบทความหรือเพจสำนักข่าว ต้องแยกว่าผู้เขียนกับบรรณาธิการเป็นคนเดียวกันหรือไม่ และมีการขอโอกาสชี้แจงก่อนลงหรือไม่ หากเป็นการรายงานข่าวโดยสุจริตและเป็นธรรม มาตรา 329 อาจคุ้มครองผู้ลงพิมพ์ได้ การฟ้องสำนักข่าวจึงต้องประเมินว่ามีเจตนาหรือความประมาทเพียงพอหรือไม่ ไม่ใช่ดูแค่ว่าข้อความผิดจริง
ค่าทนายความและค่าใช้จ่ายจริงในคดีหมิ่นประมาท
ค่าจ้างทนายความคดีหมิ่นประมาทในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมักเริ่มที่ 30,000–50,000 บาทสำหรับการยื่นฟ้องและดำเนินคดีชั้นศาลชั้นต้น คดีที่ต้องสืบพยานหลายนัดหรือมีผู้ถูกฟ้องหลายคนอาจสูงถึง 100,000 บาทขึ้นไป บางสำนักงานคิดแบบเหมาจ่ายทั้งคดี บางแห่งคิดรายนัดละ 5,000–15,000 บาท ควรถามให้ชัดว่าค่าดำเนินการศาล ค่าถ่ายเอกสาร และค่าเดินทางรวมอยู่ในราคาแล้วหรือไม่
ค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมคือค่าธรรมเนียมศาลในคดีแพ่งซึ่งคิดตามทุนทรัพย์ และค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีหากชนะแล้วอีกฝ่ายไม่จ่าย อีกกรณีคือการจ้างทนายความเพื่อเจรจาให้ลบโพสต์และขอคำขอโทษก่อนฟ้อง ซึ่งถูกกว่าและเร็วกว่า if คู่กรยอมทำหนังสือยอมความ หลายคนเลือกทางนี้เมื่อคู่กรณีเป็นคนรู้จักหรือเพื่อนร่วมงาน และได้ผลกว่าการฟ้องในแง่การหยุดการเผยแพร่
หากเป็นคดีที่กระทบชื่อเสียงในวงกว้าง เช่น มีผู้แชร์ต่อเป็นพันครั้ง การฟ้องเรียกค่าเสียหายอาจรวมค่าขาดรายได้ที่พิสูจน์ได้ เช่น สัญญาที่ถูกยกเลิกหลังข่าวแพร่ ซึ่งต้องมีเอกสารยืนยันชัดเจน ศาลไม่กำหนดค่าเสียหายให้ตามที่โจทก์เรียกลอย ๆ แต่ดูจากความเสียหายจริงและพฤติการณ์ของจำเลยเป็นหลัก
ข้อผิดพลาดที่ทำให้คดีล่าช้าหรือแพ้
การยื่นฟ้องผิดศาลเป็นปัญหาที่พบบ่อย ผู้ถูกฟ้องมักอยู่ต่างจังหวัดและคดีต้องไปฟ้อง ณ ศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา การเลือกฟ้องในกรุงเทพฯ เพราะสะดวกอาจถูกยกคำร้องเรื่องเขตอำนาจและต้องเริ่มใหม่ เสียทั้งเวลาและค่าธรรมเนียม
อีกข้อคือการยื่นฟ้องโดยไม่ได้ระบุข้อความที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดในคำฟ้อง ศาลจะพิจารณาเฉพาะข้อความที่ระบุ ถ้าภายหลังมีโพสต์ใหม่ต้องยื่นฟ้องใหม่แยกอีกคดี จึงควรให้ทนายความรวบรวมข้อความทั้งหมดไว้ก่อนยื่น ไม่ใช่ยื่นทีละโพสต์เพราะโมโห
สุดท้าย การไม่เตรียมพยานบุคคลที่เคยอ่านข้อความนั้นไว้เลยทำให้ศาลไม่เชื่อว่าเกิดการเผยแพร่จริง ควรมีพยานอย่างน้อยสองคนที่เห็นโพสต์ก่อนถูกลบ และบันทึกวันที่ เวลา และที่อยู่เว็บไว้ในบันทึกของทนายความเพื่อใช้ประกอบคำเบิกความ
