คู่มือขอเครื่องราชฯ สำหรับทนายความมือใหม่ ตั้งแต่เตรียมตัวจนยื่นคำขอสำเร็จ
ทำไมทนายความจำนวนมากอยากได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์
การเป็นทนายความความหมายในทางวิชาชีพคือการได้รับใบอนุญาตและว่าความได้ตามกฎหมาย แต่สำหรับหลายคนที่ทำคดีมานาน การได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ถือเป็นเครื่องหมายว่าเส้นทางการทำงานได้รับการยอมรับในระดับหนึ่ง มันไม่ได้ทำให้ว่าความเก่งขึ้น และไม่ได้แทนที่ใบอนุญาตทนายความแต่อย่างใด แต่ในงานบางประเภท เช่น การติดต่อราชการ การเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้หน่วยงานของรัฐ หรือการขึ้นศาลในต่างจังหวัดที่มีธรรมเนียมการแสดงฐานะ เครื่องราชฯ ช่วยให้การแนะนำตัวราบรื่นขึ้น
สิ่งที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไม่ใช่สิทธิที่ทนายความทุกคนจะได้รับโดยอัตโนมัติเมื่อสอบผ่านหรือเปิดสำนักงานได้ มันเป็นการพระราชทานตามบัญชีลำดับชั้นที่กำหนดไว้ และมีกระบวนการกลั่นกรองผ่านสภาทนายความก่อนเสนอขึ้นไป สมาชิกภาพของสภาทนายความจึงสำคัญมาก เพราะถ้าค้างค่าธรรมเนียมรายปีหรือไม่ต่ออายุ สิทธิในการยื่นเรื่องจะสะดุดทันที
บทความนี้ว่าด้วยเส้นทางเฉพาะของการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับทนายความ โดยเน้นจุดที่คนมักเข้าใจผิดและทำให้เอกสารถูกตีกลับ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด
การอบรมของสภาทนายความคือด่านแรกที่คนมักมองข้าม
ก่อนที่เรื่องจะไปถึงขั้นการยื่นขอพระราชทาน ผู้ขอต้องมีหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรมที่สภาทนายความกำหนดไว้ รวมถึงการอบรมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในฐานะเจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยเหลือกระบวนการยุติธรรม เช่น การอบรม notary public สภาทนายความ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน้าที่ในการรับรองเอกสารและลายมือชื่อ แม้จะไม่ใช่การอบรมเรื่องเครื่องราชฯ โดยตรง แต่ผลการอบรมและการมีรายชื่อในทะเบียนที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาความพร้อมของผู้ขอ
ปัญหาที่พบบ่อยคือ ทนายความหลายคนอบรมเสร็จแล้วแต่ไม่เก็บหลักฐานให้ครบ หรือจำไม่ได้ว่าอบรมรุ่นไหน ปีใด เมื่อถึงเวลายื่นเรื่องก็ต้องไปขอหนังสือรับรองย้อนหลัง ซึ่งใช้เวลาหลายสัปดาห์และอาจเลยกำหนดรอบการยื่นของปีนั้นไป แนะนำให้เก็บสำเนาใบประกาศการอบรมทุกใบไว้ในแฟ้มเดียวกับใบอนุญาตและหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมสภาทนายความ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนยื่นเรื่อง
ตรวจสามอย่างพร้อมกัน ได้แก่ สถานะสมาชิกสภาทนายความที่ยังActiveอยู่ ไม่มีคดีที่อยู่ระหว่างถูกลงโทษทางจรรยาบรรณ และมีหลักฐานการอบรมหรือกิจกรรมทางวิชาชีพครบตามที่กำหนดในรอบนั้น หากข้อใดข้อหนึ่งขาด เรื่องจะถูกพักไว้โดยไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการ และผู้ขอมักไม่รู้สาเหตุจนกว่าจะสอบถามเข้าไป
เอกสารและลำดับขั้นตอนที่ทำให้เรื่องเดินเร็ว
การยื่นขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต้องผ่านสภาทนายความในฐานะองค์กรวิชาชีพที่รวบรวมและกลั่นกรองรายชื่อ เอกสารหลักที่ต้องเตรียม geralmente ได้แก่ คำขอตามแบบฟอร์มของสภาทนายความ สำเนาบัตรประจำตัวทนายความ สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมรายปี หลักฐานการอบรม และประวัติการทำงานที่ระบุระยะเวลาประกอบวิชาชีพอย่างชัดเจน
จุดที่ทำให้ล่าช้าบ่อยที่สุดคือประวัติการทำงานที่ไม่ต่อเนื่อง บางคนระบุเพียงปีที่เริ่มทำงานแต่ไม่ระบุช่วงที่หยุดหรือย้ายสำนักงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบถามกลับไปกลับมา ให้เขียนช่วงเวลาเป็นเดือนและปีให้ครบ และถ้าเคยสังกัดสำนักงานที่ปิดไปแล้ว ให้แนบหนังสือรับรองจากทนายความร่วมสำนักงานแทน
ในแง่ระยะเวลา ผู้ที่ยื่นเรื่องครบถ้วนมักใช้เวลาราว 6 ถึง 12 เดือนนับจากวันที่ยื่นจนถึงวันที่ทราบผล ขึ้นอยู่กับรอบการพิจารณาและจำนวนผู้ยื่นในปีนั้น ไม่มีค่าธรรมเนียมการขอพระราชทานโดยตรง แต่มีค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารรับรอง การตรวจสุขภาพ และการจัดทำรูปถ่ายตามข้อกำหนด ซึ่งรวมแล้วมักอยู่ในหลักพันบาท ไม่ใช่หลักหมื่นอย่างที่บางคนเข้าใจ
ข้อควรระวังคือ อย่าหวังผลในปีเดียวกับการยื่นครั้งแรก ผู้ที่เพิ่งได้รับใบอนุญาตทนายความใหม่ยังไม่เข้าเกณฑ์ระยะเวลาประกอบวิชาชีพตามที่กำหนด จึงควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อยสองถึงสามปี
ข้อผิดพลาดและความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งคือคิดว่าเมื่อได้รับเครื่องราชฯ แล้วจะได้สิทธิพิเศษในการว่าความหรือขึ้นศาลได้กว้างขึ้น ความจริงคืออำนาจในการว่าความมาจากใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติทนายความเท่านั้น เครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นเกียรติยศ ไม่ใช่ใบอนุญาตเพิ่มเติม
ความเข้าใจผิดอีกข้อคือคิดว่าต้องมีคนรู้จักหรือผู้ใหญ่ในวงการแนะนำจึงจะยื่นได้ การยื่นเรื่องทำได้ด้วยตนเองผ่านสภาทนายความ ไม่จำเป็นต้องมีผู้รับรองจากบุคคลภายนอก แต่ต้องมีเอกสารครบและถูกต้องตามแบบฟอร์ม کهเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกให้เพื่อนร่วมสำนักงานช่วยตรวจทานก่อนยื่น
อีกจุดที่พลาดบ่อยคือการละเลยการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว เช่น การเปลี่ยนนามสกุลหรือที่อยู่เมื่อเทียบกับทะเบียนของสภาทนายความ ข้อมูลที่ไม่ตรงกันเพียงจุดเดียวก็ทำให้เรื่องถูกส่งคืนได้ และเมื่อถูกส่งคืนแล้วมักต้องเริ่มนับรอบการพิจารณาใหม่ ผู้ที่เตรียมตัวดีจึงมักตรวจความสอดคล้องของข้อมูลทุกฉบับก่อนยื่นเสมอ
สุดท้าย ควรแยกให้ชัดระหว่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์กับเครื่องแบบทนายความ เครื่องแบบมีข้อกำหนดเรื่องการประดับและการใช้ต่างหาก การสวมเครื่องราชฯ ผิดตำแหน่งหรือผิดโอกาสอาจถูกทักท้วงได้ จึงควรศึกษาข้อกำหนดเรื่องการประดับจากสภาทนายความก่อนใช้ในงานพิธี
วางแผนล่วงหน้าอย่างไรให้ได้ผลจริง
วิธีที่ได้ผลที่สุดคือทำตารางส่วนตัวบันทึกปีที่เริ่มประกอบวิชาชีพ ปีที่อบรมแต่ละหลักสูตร และปีที่ต่ออายุสมาชิกภาพ ทนายความที่ทำแบบนี้จะรู้ล่วงหน้าว่าตนเองเข้าเกณฑ์ในปีใด และมีเวลาเตรียมเอกสารล่วงหน้าสองถึงสามเดือนก่อนเปิดรับเรื่อง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่เอกสารจะขาดตอนใกล้วันยื่น
การขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์จึงไม่ใช่เรื่องของการวิ่งเต้น แต่เป็นการบริหารเอกสารและเวลาให้ดีตั้งแต่ต้น ผู้ที่เข้าใจลำดับขั้นตอนและตรวจความพร้อมของตนเองอย่างตรงไปตรงมาจะผ่านกระบวนการนี้ได้โดยไม่ต้องเสียรอบไปโดยเปล่าประโยชน์
